แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ EV แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ EV แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ขยายเวลาจดทะเบียน EV 3.0 ถึง ม.ค. 69! ผู้ซื้อ-ผู้ขาย ได้ประโยชน์อะไรบ้าง

ข่าวดีส่งท้ายปี สำหรับคนรักรถไฟฟ้า

Allinsure: ขยายเวลาจกทะเบียนรถ EV

          กลายเป็นประเด็นที่สร้างความโล่งใจให้กับทั้งค่ายรถและผู้ที่เพิ่งจองรถในงาน Motor Expo 2025 ที่ผ่านมา เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับปรุงมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 3.0 โดยให้ ขยายระยะเวลาการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าจากเดิมที่ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ออกไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2569

          การขยับเส้นตายในครั้งนี้ส่งผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง โดยเฉพาะในเรื่องของ "สิทธิประโยชน์เงินอุดหนุน" ที่หลายคนกังวลว่าจะได้รับไม่ทันหากจดทะเบียนไม่ทันสิ้นปี

  1. ฝั่งผู้ซื้อ: ได้เวลาหายใจและเช็กความชัวร์
  2.           สำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อรถในช่วงปลายปี สิ่งที่ได้รับเต็มๆ คือ:

    • ไม่ต้องรีบร้อนจดทะเบียน: ลดปัญหาการกระจุกตัวของการจดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี ซึ่งมักจะเกิดความล่าช้า
    • รักษาสิทธิเงินอุดหนุน: มั่นใจได้ว่าแม้จะรับรถในช่วงรอยต่อปีใหม่ ก็ยังได้รับเงินอุดหนุนสูงสุด 100,000 บาท (ตามเงื่อนไขเดิมของ EV 3.0) อย่างแน่นอน
    • มีเวลาตรวจเช็กรถมากขึ้น: ไม่ต้องเร่งรับรถที่มีปัญหาเพียงเพราะกลัวจดทะเบียนไม่ทัน ทำให้ผู้ซื้อมีเวลาตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวรถอย่างละเอียดก่อนเซ็นรับ
    เครื่องดูดฝุ่น Xiaomi
    เครื่องดูดฝุ่น Xiaomi ไร้สายในรถ ชาร์จไฟได้ ชาร์จเต็มใน 2-3 ชั่วโมง
  3. ฝั่งผู้ขาย: เร่งระบายสต็อกและบริหารจัดการได้ดีขึ้น
  4.           ในมุมของโชว์รูมและค่ายรถยนต์ การขยายเวลานี้คือเครื่องมือช่วยกระตุ้นยอดขาย:

    • ปิดยอดจอง Motor Expo ได้ง่ายขึ้น: เซลล์สามารถใช้เงื่อนไขนี้สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่กังวลเรื่องการส่งมอบรถไม่ทันสิ้นปี
    • บริหารจัดการ Logistics ได้คล่องตัว: ค่ายรถมีเวลาบริหารจัดการการขนส่งจากท่าเรือไปยังโชว์รูมได้มากขึ้น ลดความกดดันในช่วงเทศกาลปีใหม่
    • ดการยกเลิกใบจอง: ช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะทิ้งจองเนื่องจากกังวลว่าจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีหรือเงินอุดหนุน
    SHARP เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์
    SHARP เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ กำจัดเชื้อโรคได้เร็วทันใจ สลายกลิ่นอับชื้น ตลอดจนสลายฤทธิ์สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น มีประกัน
  5. สุขภาพและสิ่งแวดล้อม: กำไรทางอ้อมของทุกคน
  6.           การที่รัฐบาลเดินหน้าสนับสนุน EV 3.0 อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการมุ่งเป้าไปที่การลดมลพิษในอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ที่มักจะรุนแรงในช่วงต้นปี การขยายเวลาในครั้งนี้เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้มีรถปล่อยมลพิษเป็นศูนย์บนท้องถนนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพปอดของคนไทยในระยะยาว

อุปกรณ์ชาร์จแบบพกพา
EV Fast Charge portable อุปกรณ์ชาร์จแบบพกพา ทนต่ออุณหภูมิสูง มาตรฐานยุโรปเหมาะสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่น ประกััน 3 ปี

โอกาสสุดท้ายของ EV 3.0

          การขยายเวลาจดทะเบียนไปถึง 31 มกราคม 2569 ถือเป็น "โอกาสทอง" ครั้งสุดท้ายสำหรับผู้ที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากมาตรการ EV 3.0 ดังนั้นหากใครที่มีแผนจะออกรถไฟฟ้าในช่วงนี้ นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดทั้งในเรื่องของราคาและความคุ้มค่าครับ

ออกรถใหม่ อุ่นใจทุกเส้นทางกับ ALLINSURE

          เมื่อคุณได้ครอบครองรถ EV คันใหม่ภายใต้สิทธิประโยชน์สุดคุ้มแล้ว อย่าลืมมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุดให้กับทรัพย์สินของคุณ แนะนำให้ต่อประกันรถยนต์กับ ALLINSURE

          เราเข้าใจความต้องการของคนใช้รถไฟฟ้าเป็นอย่างดี โดยมีแผน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับ EV ที่ครอบคลุมทั้งตัวรถและแบตเตอรี่ พร้อมข้อเสนอที่คุ้มค่าและเปรียบเทียบเบี้ยได้ทันที นอกจากนี้เรายังมีบริการ ประกันชีวิต และ ประกันสุขภาพ เพื่อดูแลคุณและคนที่คุณรักให้ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ 2569 อย่างมั่นใจและมั่นคง สามารถดูข้อเสนอต่างๆ และเช็คเบี้ยประกันได้ง่ายๆ ที่ Allinsure ให้เราดูแลคุณในทุกย่างก้าวนะครับ

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ไทยได้อะไร? จากทุนจีน 7,000 ล้าน ปั้นเป็นฮับ EV ของอาเซียน

ก้าวสำคัญสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีโลก

Allinsure: Thailand EV Hub of ASEAN

          ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2025 นี้ วงการอุตสาหกรรมไทยได้รับข่าวดีครั้งใหญ่ เมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เดินหน้าโรดโชว์ ณ ประเทศจีน เพื่อหารือกับ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ ในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหาผู้ร่วมทุน แต่คือการวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็น "EV Hub of ASEAN" อย่างแท้จริง โดยคาดการณ์เม็ดเงินลงทุนเฟสแรกสูงถึง 7,000 ล้านบาท

  1. เจาะขุมกำลัง 5 ยักษ์ใหญ่: ไม่ได้มีแค่รถยนต์ไฟฟ้า
  2.           การโรดโชว์ครั้งนี้ครอบคลุม 3 เสาหลักที่จะเปลี่ยนหน้าตาเศรษฐกิจไทยไปตลอดกาล:

    • ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): มุ่งเน้นไปที่การผลิตชิ้นส่วนหัวใจหลัก เช่น แบตเตอรี่เซลล์ และมอเตอร์ขับเคลื่อน เพื่อลดการนำเข้าและสร้าง Supply Chain ในไทย
    • หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ: การพบกับบริษัทชั้นนำอย่าง Seenpin ผู้ผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนอยด์ (ลูกค้ารายใหญ่ของ Tesla Bot) ชี้ให้เห็นว่าไทยกำลังจะเป็นฐานผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง
    • พลังงานสะอาดและดิจิทัล: การดึงบริษัทเทคโนโลยีการเงินระดับโลกอย่าง Ant International (เครือ Alibaba) เข้ามาเสริมทัพ เพื่อรองรับระบบนิเวศการจ่ายเงินและการจัดการพลังงานอัจฉริยะ
    หัวแปลงชาร์จรถไฟฟ้า
    หัวชาร์จรถไฟฟ้า หัวแปลง EV Type 2 Adapter 220V แปลงไฟจากตู้ชาร์ทสาธารณะเป็นปลั๊กไฟบ้าน ราคาหลักร้อย
  3. สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อไทยเป็นฮับ EV อย่างเต็มตัว
  4.           เมื่อเม็ดเงิน 7,000 ล้านบาทเริ่มไหลเวียนในเฟสแรก สิ่งที่เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนคือ:

    • ราคารถ EV ที่เข้าถึงง่ายขึ้น: การผลิตชิ้นส่วนสำคัญในประเทศจะช่วยลดภาษีนำเข้าและค่าขนส่ง ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ใช้เทคโนโลยีระดับโลกในราคาที่ถูกลง
    • โอกาสงานทักษะสูง: จะเกิดการจ้างงานในกลุ่มวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก ยกระดับรายได้ของแรงงานไทย
    • โครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม: สถานีชาร์จจะแพร่หลายไปทุกภูมิภาค เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น
    เครื่องฟอกอากาศในรถ
    Tefal ฟอกอากาศ air purifier เครื่องฟอกอากาศในรถ กรองฝุ่น PM 2.5 ประกัน 3 ปี USB แบบพกพา ออฟฟิศ
  5. สุขภาพและสิ่งแวดล้อม: ผลพลอยได้ที่มีค่าที่สุด
  6.           การเปลี่ยนผ่านสู่ EV และพลังงานสะอาด ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือเรื่องของ "ลมหายใจ" การลดสัดส่วนรถยนต์สันดาปจะช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ในเมืองใหญ่ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเทรนด์การดูแลสุขภาพ (Healthcare Trend) ที่คนยุคใหม่ให้ความสำคัญกับการมีอากาศบริสุทธิ์และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ไทยพร้อมหรือยังกับอนาคตใหม่?

          การลงทุน 7,000 ล้านบาทนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของ "New S-Curve" ที่จะทำให้ไทยก้าวพ้นจากการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต สู่การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและศูนย์กลางนวัตกรรมของภูมิภาค

สมาร์ทวอช ติดตามสุขภาพ 24 ชม.
Garmin Venu 4 Amoled +ECG สมาร์ทวอช ติดตามสุขภาพ 24 ชม. (รับประกันศูนย์ไทย 2 ปี)

วางแผนความมั่นคงให้รถและตัวคุณกับ ALLINSURE

          ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไว การมีความคุ้มครองที่ทันสมัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น หากคุณกำลังตัดสินใจเป็นเจ้าของรถ EV รุ่นใหม่ หรือต้องการยกระดับความปลอดภัยให้ชีวิตและครอบครัว แนะนำให้ต่อประกันรถยนต์กับ ALLINSURE

          เราคือผู้เชี่ยวชาญที่รวบรวมข้อเสนอ ประกันภัยรถยนต์ EV ที่ครอบคลุมที่สุด พร้อมแผน ประกันสุขภาพ และ ประกันชีวิต จากบริษัทชั้นนำที่คัดสรรมาแล้วว่าคุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ เปรียบเทียบง่าย จบไว มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง สามารถดูข้อเสนอต่างๆ ได้ทันทีที่ Allinsure ให้เราช่วยคุณวางแผนรับมือกับอนาคตที่กำลังมาถึงอย่างมั่นใจครับ

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

เจาะ Timeline สงครามราคา EV ใครเริ่มก่อน? และจะจบลงเมื่อไหร่?

สมรภูมิที่ไม่มีใครยอมใคร

Allinsure: สงครามราคาEV

          ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้สนใจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พูดถึงมากที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องระยะทางวิ่งหรือเทคโนโลยี แต่คือ "ราคา" ที่ร่วงกราวรูดแบบข้ามคืนจนเจ้าของรถเดิมน้ำตาซึม และผู้ซื้อใหม่ต้องคอย "เก็งกำไร" ว่าราคาจะลงไปจุดต่ำสุดที่ตรงไหน

บทความนี้จะพาคุณย้อนกลับไปดูว่า ใครคือผู้ลั่นไกนัดแรก และ "สงครามครั้งนี้" มีทีท่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

  1. จุดเริ่มต้น: เมื่อเจ้าตลาดอย่าง Tesla เริ่มขยับ
  2.           ย้อนกลับไปช่วงต้นปี 2023 (พ.ศ. 2566) Elon Musk แห่ง Tesla สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกด้วยการประกาศลดราคา Model 3 และ Model Y อย่างรุนแรงในตลาดจีน ยุโรป และสหรัฐฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ:

    • รักษา Market Share: สู้กับค่ายรถจีนที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
    • ลดสต็อกสินค้า: เพื่อรักษาระดับการผลิตให้ต่อเนื่อง

              นี่คือ "โดมิโน" ตัวแรกที่ทำให้แบรนด์อื่นๆ โดยเฉพาะแบรนด์จีนอย่าง BYD, GWM, MG และแบรนด์หน้าใหม่ ต้องกระโดดเข้าร่วมวงเพื่อความอยู่รอด

    เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์
    เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ C8 PRO ช่วยให้คุณได้ฟอกอากาศบริสุทธิ์ เพื่อรถยนต์ส่วนตัวของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยพลังเทอร์โบ (Turbo Mode)
  3. ปี 2567-2568: สังเวียนไทยเดือดทะลุปรอท
  4.           เมื่อเข้าสู่ปี 2567 จนถึงงาน Motor Expo 2025 ประเทศไทยกลายเป็นสมรภูมิหลักของค่ายรถจีน เนื่องจากมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ของรัฐบาลที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทำให้ค่ายรถต้องเร่งระบายสต็อก:

    • หั่นราคาหลักแสน: เราเห็นการลดราคาตั้งแต่ 100,000 ไปจนถึงกว่า 300,000 บาทในบางรุ่น
    • คมเปญทิ้งทวน: การอัดโปรโมชั่นแรงๆ เพื่อปิดยอดจองก่อนหมดสิทธิประโยชน์ทางภาษี
    เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์
    Conoco C8 PRO เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ ช่วยให้คุณได้ฟอกอากาศบริสุทธิ์ กำจัดเชื้อโรค ฆ่าเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรียสลายกลิ่นอับชื้นในอากาศ ตลอดจนสามารถฆ่าเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็วทันใจ
  5. สงครามนี้จะจบลงเมื่อใด?
  6.           ข้อมูลล่าสุดในช่วงปลายปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า "จุดจบของสงครามราคาดุดัน" กำลังจะมาถึงในปี 2569 ด้วยเหตุผล 3 ประการ:

    • ภาครัฐเข้ามาควบคุม: ล่าสุดรัฐบาลจีน (SAMR) และหน่วยงานในไทยเริ่มมีมติ "จัดระเบียบตลาด" เพื่อหยุดวงจรการหั่นราคาที่ทำลายกำไรของบริษัทและมูลค่ารถมือสอง
    • Margin ถึงขีดจำกัด: หลายค่ายเริ่มเข้าสู่ภาวะขาดทุนต่อคัน ทำให้ต้องเปลี่ยนกลยุทธ์จาก "Price War" ไปสู่ "Service War" หรือการเน้นบริการหลังการขายแทน
    • การคัดกรองแบรนด์ (Consolidation): แบรนด์ที่ไม่แข็งแรงพอจะล้มหายตายจากไป เหลือเพียงผู้เล่นหลักที่ยืนระยะได้ ราคาจึงจะเริ่มทรงตัว
เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์
เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ C8 PRO เตรียมรับอากาศที่บริสุทธิ์ภายในรถของคุณได้ทันทีที่เครื่องเริ่มทำงาน อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ที่บ้าน หรือที่ทำงานของคุณได้อีกด้วย

ก้าวข้ามผ่านสงครามราคาอย่างมั่นใจ

          ในปี 2569 ตลาด EV จะเปลี่ยนผ่านจากสงครามราคาเข้าสู่ "สงครามความเชื่อมั่น" ใครที่ครองใจลูกค้าด้วยบริการและอะไหล่ที่พร้อมกว่าจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง

ปกป้องมูลค่ารถและตัวคุณด้วยมืออาชีพ

          ท่ามกลางความผันผวนของราคารถ สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรปล่อยให้ผันผวนคือความคุ้มครอง เมื่อคุณได้รถในราคาที่พึงพอใจแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการมี ประกันภัยรถยนต์ ที่ไว้ใจได้ เพื่อคุ้มครองมูลค่าสินทรัพย์และตัวคุณจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

          หากคุณกำลังมองหาแผนประกันที่คุ้มค่าและเข้าใจคนใช้รถ EV แนะนำให้ ต่อประกันรถยนต์กับ ALLINSURE โบรกเกอร์ที่คัดสรรแผนประกันภัยชั้นนำมาเปรียบเทียบให้คุณเห็นชัดๆ ทั้งราคาและความคุ้มครอง นอกจากนี้เรายังมีบริการ ประกันชีวิต และ ประกันสุขภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลคุณในทุกย่างก้าวของชีวิต สามารถดูข้อเสนอพิเศษและเช็คเบี้ยได้ง่ายๆ ที่ Allinsure ให้เราช่วยดูแลความมั่นคงในชีวิตคุณวันนี้ครับ

สนใจเช็คเบี้ยประกันรถ EV เพื่อรับดีลพิเศษปีหน้าไหมครับ? ให้ALLINSURE แนะนำแผนที่คุ้มที่สุดให้ได้เลยนะ!

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2568

Lifetime Warranty รถ EV: ความมั่นใจครั้งใหม่ หรือแค่กลลวง?

คำสัญญาที่หอมหวานที่สุดในปี 2025

Lifetime Warranty

          ในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ดุเดือด นอกจากการหั่นราคาแบบเลือดสาดแล้ว อีกหนึ่งอาวุธหนักที่ค่ายรถจีนงัดมาใช้ฟาดฟันกันคือคำว่า "Lifetime Warranty" หรือการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน

          คำคำนี้เปรียบเสมือน "ยาวิเศษ" ที่ช่วยแก้ความกังวลเรื่องราคาค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่หลักแสนของคนไทยได้ชะงัด แต่คำถามสำคัญคือ นี่คือมาตรฐานความจริงใจใหม่ หรือเป็นเพียงกับดักตัวอักษรที่คุณอาจมองข้าม?

  1. เหรียญด้านดี: ความมั่นใจที่จับต้องได้
  2.           เราต้องยอมรับว่า Lifetime Warranty คือ "Game Changer" อย่างแท้จริง สำหรับผู้บริโภค นี่คือสิ่งที่ช่วยการันตีว่า:

    • เทคโนโลยีไว้ใจได้: ค่ายรถกล้าเคลมแปลว่าเขามั่นใจในคุณภาพแบตเตอรี่ของเขา
    • ใช้รถแบบไร้กังวล: ไม่ต้องมานั่งเครียดว่าปีที่ 8 หรือปีที่ 10 แบตเสื่อมแล้วจะต้องขายบ้านมาซ่อมรถ หากแบตเตอรี่มีปัญหาจากการผลิต (Defect) หรือเสื่อมสภาพเร็วกว่าเกณฑ์ ก็เคลมเปลี่ยนฟรี
    Portable charger ตู้ไฟชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สุดคุ้มเพิียงพันต้นๆ
  3. เหรียญด้านมืด: เงื่อนไข "ดอกจัน" ที่ต้องรู้
  4.           คำว่า "ตลอดอายุการใช้งาน" มักไม่ได้หมายความว่า "ตลอดไปแบบไร้เงื่อนไข" แต่มันผูกติดกับกฎเหล็กที่ถ้าคุณเผลอละเมิดเพียงข้อเดียว สิทธิ์นี้อาจ "ปลิว" ทันที:

    • สิทธิ์เฉพาะเจ้าของคนแรก (First Owner): ส่วนใหญ่สิทธิ์นี้จะติดตัวบุคคล ไม่ได้ติดตัวรถ หากคุณขายต่อให้มือสอง สิทธิ์ Lifetime Warranty มักจะจบลงทันที (เหลือแค่รับประกันมาตรฐาน 8 ปี) ซึ่งกระทบราคาขายต่อแน่นอน
    • ห้ามขาดเช็กระยะ: ต้องเข้าศูนย์บริการตามเวลาเป๊ะๆ ห้ามเลท ห้ามขาด ห้ามเข้าอู่นอกเด็ดขาด
    • อุบัติเหตุ: หากรถเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนกระทบโครงสร้างตัวถัง (Chassis) หรือถาดแบตเตอรี่ บางค่ายอาจตัดสิทธิ์รับประกันทันที แม้ซ่อมเสร็จแล้วก็ตาม
    สเปย์โฟมดับเพลิงขนาดพกพา สเปรย์ดับเพลิงในรถยนต์ อุ่นใจไว้ก่อน สำหรับกรณีฉุกเฉินไฟไหม้เล็กน้อย หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ติดตั้งง่าย หยิบใช้สะดวก
  5. สุขภาพจิตคนขับ: อย่าให้ Warranty กลายเป็น "ความเครียด"
  6.           การมีรถ EV ควรช่วยให้ชีวิตดีขึ้น เงียบขึ้น และประหยัดขึ้น แต่ถ้าต้องมาคอยกังวลกับเงื่อนไขยิบย่อย จนไม่กล้าขับไปไหนไกล หรือเครียดทุกครั้งที่มีรอยขีดข่วนเล็กน้อย อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต (Mental Health) ได้

              ทางออกคือ "ความเข้าใจ" ศึกษาเงื่อนไขในกรมธรรม์รถยนต์และคู่มือรับประกันให้ละเอียด ปฏิบัติตามกฎ แล้วใช้ชีวิตให้มีความสุข ขับขี่อย่างมีสติ

หมอนรองคอ รองไหล่ ที่รองพิง พนักพิงศีรษะ เมมโมรี่โฟม หนังนิ่ม ที่รองพิงหลังสำหรับรถยนต์ ลดความตึงเครียดทางร่างกายเมื่อต้องขับรถท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด

ของดีที่มีเงื่อนไข

          Lifetime Warranty ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง แต่เป็น "สิทธิพิเศษที่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยน" หากคุณเป็นคนใช้รถยาวๆ ไม่เปลี่ยนรถบ่อย และมีวินัยในการเข้าศูนย์บริการ นี่คือความคุ้มค่าที่สุด แต่ถ้าคุณเป็นสายเปลี่ยนรถทุก 3 ปี หรือชอบแต่งรถ ข้อเสนอนี้อาจไม่ได้มีผลกับคุณมากนัก

รถ EV ประกันขาดไม่ได้!

          แม้ค่ายรถจะดูแลเรื่องแบตเตอรี่ แต่เรื่อง "อุบัติเหตุ" เป็นหน้าที่ของประกันภัย ยิ่งรถ EV มีค่าซ่อมตัวถังและอะไหล่ที่ราคาสูง การเลือก ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ครอบคลุมจึงสำคัญมาก

          อย่าเสี่ยงกับความไม่แน่นอน ให้ ALLINSURE ช่วยดูแลคุณ เรามีข้อเสนอประกันภัยรถยนต์ EV จากบริษัทชั้นนำที่เข้าใจโครงสร้างราคาซ่อมรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เช็คเบี้ยง่าย คุ้มครองครบ จบไว รวมถึงบริการ ประกันสุขภาพ และ ประกันชีวิต เพื่อการวางแผนชีวิตที่รอบด้าน คลิกดูข้อเสนอดีๆ ได้เลยที่ Allinsure

สนใจเช็คเบี้ยประกันรถ EV รุ่นที่คุณขับอยู่ไหมครับ? ให้ Allinsure หาโปรโมชั่นที่ดีที่สุดให้

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

OMODA & JAECOO พุ่งติด Top 3 Motor Expo 2025! เจาะ 3 ปัจจัยลับ

ม้ามืดที่ไม่ได้มาเล่นๆ

OMODA & JAECOO

          หากพูดถึงแบรนด์ที่สร้างปรากฏการณ์ "Talk of the Town" มากที่สุดในงาน Motor Expo 2025 คงหนีไม่พ้นคู่นี้ OMODA (โอโมด้า) และ JAECOO (เจคู) ภายใต้ร่มเงาของ Chery Group ยักษ์ใหญ่จากจีน ที่ปีนี้กวาดเครดิตความน่าเชื่อถือจนยอดจองพุ่งทะยานขึ้นสู่ TOP 3 ของงาน แซงหน้าเจ้าตลาดเดิมหลายค่ายไปอย่างหน้าตาเฉย

          อะไรคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์น้องใหม่ (ในไทย) คู่นี้ มัดใจผู้บริโภคชาวไทยได้อยู่หมัด? นี่คือ 3 ปัจจัยความสำเร็จที่เราวิเคราะห์มาแล้ว

  1. ดีไซน์ที่ "ตะโกน" ความเป็นตัวตน (Fashion & Adventure)
  2. ปัจจัยแรกที่ปฏิเสธไม่ได้คือ "รูปลักษณ์" OMODA และ JAECOO แบ่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจนแต่ทรงพลังทั้งคู่

    • OMODA (เน้น Fashion Cross): จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ด้วยดีไซน์แบบ Art in Motion เส้นสายดูล้ำยุคเหมือนหลุดมาจากหนัง Sci-Fi โดยเฉพาะ OMODA C5 EV ที่โดดเด่นสะดุดตา
    • JAECOO (เน้น Adventure Premium): จับกลุ่มผู้ใหญ่ที่ชอบความภูมิฐานและสายลุย ด้วยทรงกล่องที่ดูแข็งแกร่ง (Boxy Shape) ผสานความหรูหราแบบยุโรป ทำให้คนที่เดินผ่านบูธต้องหยุดมอง
    Usb ไฟ LED แบบพกพารถ USB Ambient Light Mini LED เปลี่ยนบรรยากาศในรถให้ดูล้ำยุคเหมือนยานอวกาศ เข้ากับดีไซน์ของ OMODA
  3. เทคโนโลยีและออปชันที่ "ให้เกินเบอร์"
  4. ในยุคที่ผู้บริโภคฉลาดเลือก ความคุ้มค่าคือหัวใจสำคัญ OMODA & JAECOO ใช้กลยุทธ์ "Over-spec" คือการใส่ออปชันที่ปกติจะอยู่ในรถยุโรปราคา 2-3 ล้านบาท มาใส่ในรถราคาหลักแสนถึงล้านต้นๆ

    • Smart Cockpit: หน้าจอคู่ขนาดยักษ์ ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon ที่ลื่นหัวแตก
    • ระบบความปลอดภัย ADAS: ที่ให้มาครบตั้งรุ่นเริ่มต้น ไม่มีการกั๊ก ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า "ซื้อแล้วจบ" ไม่ต้องไปติดอะไรเพิ่ม
    ที่วางโทรศัพท์มือถือในรถยนต์ ดีไซน์เรียบหรู กะทัดรัด แปะปุ๊บติดปั๊บ เหมาะกับคอนโซลรถรุ่นใหม่ๆ ไม่เกะกะสายตา
  5. สงครามราคาและการรับประกัน (Warranty War)
  6. จุดตัดสินใจสุดท้ายที่ทำให้ OMODA & JAECOO ชนะใจคนไทยในงาน Motor Expo 2025 คือ "ความกล้า" ในเรื่องการรับประกัน เพื่อลบภาพจำเดิมๆ ของรถจีน

    • Warranty ยาวนาน: การเสนอการรับประกันแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่ยาวนานกว่าคู่แข่ง (เช่น 8 ปี หรือตลอดอายุการใช้งานสำหรับผู้ซื้อกลุ่มแรก) สร้างความเชื่อมั่นได้มหาศาล
    • Price Strategy: การเปิดราคาที่ทำเอาคู่แข่งต้องหันขวับ เป็นราคาที่คนไทยเอื้อมถึงได้ง่ายเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ
ผ้าเช็ดรถ ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเอนกประสงค์ ผ้าไมโครไฟเบอร์ 3D เกรดพรีเมี่ยม

ความสำเร็จที่มาจากความเข้าใจ

          การติด TOP 3 ของ OMODA & JAECOO พิสูจน์ให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์ไทยเปิดกว้างเสมอสำหรับแบรนด์ที่ "เข้าใจ" ความต้องการ และ "จริงใจ" ในเรื่องคุณภาพและราคา นี่คือมาตรฐานใหม่ที่ค่ายรถอื่นๆ ต้องทำการบ้านอย่างหนักในปีถัดไป

รถใหม่ป้ายแดง เลือกประกันที่ดูแลคุณเหมือนครอบครัว

          ได้รถสเปกเทพอย่าง OMODA หรือ JAECOO มาครอบครองแล้ว อย่าลืมมอบเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้กับรถคันใหม่ของคุณ ประกันภัยรถยนต์ คือสิ่งสำคัญที่ช่วยรองรับความเสี่ยงทั้งอุบัติเหตุและค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝัน

          ไม่ว่าคุณจะเน้นเบี้ยประหยัด หรือเน้นความคุ้มครองจัดเต็ม (ซ่อมศูนย์/ซ่อมห้าง) ลองเข้ามาเช็คข้อเสนอที่ ALLINSURE เรามีทีมงานคอยเปรียบเทียบแผนประกันจากบริษัทชั้นนำให้คุณเลือกสรร พร้อมดีลพิเศษสำหรับ ประกันสุขภาพ และ ประกันชีวิต เพื่อความอุ่นใจที่ครบวงจร คลิกเลยที่ ALLINSURE ให้เราดูแลคุณในทุกการขับขี่

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ญี่ปุ่นเปลี่ยนเกม! ยังพึ่งไฮบริด? หรือทุ่มสุดตัว EV เพื่อเอาตัวรอดปี 2026

จับตาปี 2569 (2026): ศึกหนักค่ายญี่ปุ่นกับการเร่งเครื่องสู่ยุค EV

ค่ายรถญี่ปุ่น2026

          ปี 2569 (2026) ถือเป็นปีแห่งการตัดสินชะตาสำหรับค่ายรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นในตลาดโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็น "สมรภูมิเดือด" ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การปรับตัวของค่ายยักษ์ใหญ่ อาทิ Toyota, Honda, และ Nissan จึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

  1. ยุทธศาสตร์ "การเข้าสู่ตลาด EV อย่างระมัดระวัง" สิ้นสุดลง
  2.           เดิมทีค่ายญี่ปุ่นเลือกใช้กลยุทธ์ "Multi-Pathway" เน้นรถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นหลัก แต่การรุกรานตลาดของ EV จีนที่ราคาถูกกว่า และการที่รัฐบาลทั่วโลกเร่งผลักดันนโยบาย Zero Emission ทำให้กลยุทธ์ดังกล่าวต้องถูกปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วในปี 2569:

    • Toyota: หลังเปิดตัว Hilux TRAVO-e และ bZ4X ในไทย โตโยต้าจะเร่งใช้ความได้เปรียบด้าน ความเชื่อมั่นในแบรนด์ และ เครือข่ายบริการหลังการขาย ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศ เพื่อสร้างฐานลูกค้า EV เชิงพาณิชย์และลูกค้าพรีเมียม โดยการผลิต EV ในประเทศจะมีความสำคัญยิ่งขึ้น
    • Honda และ Nissan: จะเร่งนำเข้ารถ EV รุ่นหลัก (Global Model) เข้ามาทำตลาดมากขึ้น เช่น การนำเข้า Suzuki e-VITARA (จากอินเดีย) หรือการเปิดตัวพรีเมียม EV ของ Nissan ในไทย เพื่อทดสอบตลาดและสร้างภาพลักษณ์ด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าให้ชัดเจนขึ้น
    ถุงครอบชาร์จ สำหรับคลุมตัวชาร์จรถ EV
    ถุงครอบชาร์จ สำหรับคลุมตัวชาร์จรถ EV กันน้ำ กันฝน ปกป้องตัวชาร์จรถ EV ติดแน่นด้วยแถบแม่เหล็ก
  3. การลงทุนใน HEV/PHEV ยังคงเป็น "เสาค้ำยัน"
  4.           แม้จะเร่งเข้าสู่ EV แต่รถยนต์ไฮบริด (HEV) จะยังคงเป็น แหล่งรายได้หลัก (Cash Cow) และเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้บริโภคที่ยังกังวลเรื่องสถานีชาร์จ (Range Anxiety) และราคาขายต่อ (Resale Value) ค่ายญี่ปุ่นจะยังคงพัฒนาและเปิดตัวรถ HEV/PHEV รุ่นใหม่ๆ ควบคู่กันไป เพื่อเป็นทางผ่าน (Bridge Technology) ก่อนที่โครงสร้างพื้นฐาน EV จะสมบูรณ์

    เครื่องชาร์จรถยนต์แบบพกพา
    เครื่องชาร์จรถยนต์แบบพกพา อุปกรณ์ช่วยสตาร์ทรถยนต์ จั๊มสตาร์ทรถยนต์ jumpstart powerbank
  5. โจทย์ใหญ่: "ความเร็ว" และ "ต้นทุน"
  6.           ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของค่ายญี่ปุ่นในปี 2569 คือ:

    • การผลิตชิ้นส่วน EV ในประเทศ: พวกเขาต้องเร่งสร้างซัพพลายเชนและลดการพึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วน EV ราคาแพงจากญี่ปุ่นหรือยุโรป เพื่อให้ต้นทุนการผลิตรถ EV ในไทยแข่งขันกับราคาของจีนที่ถูกมากได้
    • การพัฒนาระบบแบตเตอรี่: ค่ายญี่ปุ่นกำลังทุ่มงบวิจัยและพัฒนา Solid-State Battery ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่จะพลิกเกมได้ในระยะยาว (หลังปี 2570) แต่ในระยะสั้น ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ Lithium-ion ที่ค่ายจีนครองตลาดอยู่
แม่เหล็กยึดติดมือถือ
แม่เหล็กยึดติดมือถือ ได้ทั้งในรถ บนกำแพง หน้ากระจก โดยไม่ทำให้พื้นผิวของกำแพงหรือมือถือเป็นรอย

บทสรุป

          ปี 2569 จะเป็นปีที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นต้อง "สลัดความลังเล" ทิ้งไป และใช้ยุทธศาสตร์การรุกตลาด EV ที่มีความจริงจังและรวดเร็วมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้า HEV/PHEV เดิมไว้ หากไม่สามารถปรับตัวด้าน ต้นทุนการผลิต และ ความหลากหลายของรุ่น EV ได้ทันท่วงที ส่วนแบ่งการตลาดในภูมิภาคจะถูกค่ายจีนช่วงชิงไปอย่างถาวร

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

ส่องผลกระทบ 4 ด้าน ถ้าอนาคตไทยใช้ EV100%

อนาคตไทยใช้ EV100%

          การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% นั้น จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และรอบด้านต่อเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ

🌍 ผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านสู่ EV 100% ในประเทศไทย

  1. ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต
    • ลดมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง: การไม่มีการปล่อยไอเสียจากท่อ (Zero Tailpipe Emission) จะช่วยลดปัญหามลพิษในเขตเมืองใหญ่ โดยเฉพาะ ฝุ่น PM2.5 และก๊าซพิษอื่น ๆ ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้คุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนดีขึ้น
    • ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคขนส่ง: ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน (SDG) และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้เร็วขึ้น
    • เสียงเงียบขึ้น: สภาพแวดล้อมในเมืองจะลดความหนาแน่นของเสียงรบกวน (Noise Pollution) เนื่องจากรถ EV มีการทำงานที่เงียบกว่าเครื่องยนต์สันดาปภายในหลายเท่า
    หมอนโทโทริ
    หมอนโทโทริ นุ่มกว่าขนห่านแท้ 3 เท่า นอนสบายโคตรๆ มีประกันสินค้า ขายดีกว่า 4 หมื่นชิ้น
  2. ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และการจ้างงาน
    • การลงทุนใหม่และฐานการผลิต: ประเทศไทยจะกลายเป็น ศูนย์กลางการผลิต EV ที่สำคัญของอาเซียน (EV Hub) อย่างแท้จริง โดยดึงดูดการลงทุนมหาศาลจากค่ายรถยนต์ทั่วโลก (โดยเฉพาะจีน) เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่
    • วิกฤตการจ้างงานในอุตสาหกรรมเดิม: อุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์สันดาปภายใน (Internal Combustion Engine - ICE) เดิม ซึ่งมีบุคลากรนับแสนคน จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โรงงานผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์สันดาปจะกลายเป็น "สินทรัพย์สูญค่า" (Stranded Assets) และคนงานจำนวนมากเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้าง หากไม่มีการฝึกอบรมทักษะใหม่เพื่อรองรับการผลิต EV
    • การพึ่งพาเทคโนโลยีแบตเตอรี่: ไทยยังขาดเทคโนโลยีหลักในการผลิตแบตเตอรี่ ทำให้ต้องพึ่งพาจีน (ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่) ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อจำกัดในการแข่งขันในระยะยาว
    กางเกงฟุตบอล WARRIX
    กางเกงฟุตบอลWARRIX เบาสบาย แห้งง่าย ผ้าระบายอากาศได้ดี ขายดีกว่า 3แสนชิ้น
  3. ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานและพลังงาน
    • ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูง: หากรถยนต์ทั้งหมดเปลี่ยนเป็น EV จะทำให้ความต้องการไฟฟ้าของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า และ ปรับปรุงระบบสายส่ง ให้รองรับการจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพและเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการชาร์จสูงสุด (Peak Demand)
    • การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จ: ต้องมีการเร่งพัฒนาโครงข่ายสถานีชาร์จสาธารณะ (Quick Charge และ Normal Charge) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ (รัฐบาลตั้งเป้าหมายติดตั้ง $12,000$ แห่งภายในปี 2573) รวมถึงการสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบที่ชัดเจน
    • แหล่งผลิตไฟฟ้า: ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของ EV จะขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาของไฟฟ้า หากไฟฟ้ายังคงมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนมาก ผลประโยชน์ด้านการลดคาร์บอนก็จะลดลง (ต้องเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน)
    Yuedpao Ultrasoft
    เสื้อยืดคอกลม Yuedpao ไม่ย้วย ไม่หด ไม่ต้องรีด ผ้านุ่ม ไม่ขึ้นขุย ขายดีกว่า 8 หมื่นชิ้น
  4. ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
    • การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจน้ำมัน: ธุรกิจปั๊มน้ำมันและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นและจำหน่ายเชื้อเพลิงฟอสซิลจะลดบทบาทลงอย่างมาก
    • ประหยัดค่าใช้จ่าย: ผู้บริโภคจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว เนื่องจากต้นทุนการขับเคลื่อนต่อกิโลเมตรของรถ EV ต่ำกว่ารถน้ำมันมาก ($0.37$ บาท/กม. เทียบกับ $1.76$ บาท/กม. โดยประมาณ)
    • การจัดการขยะแบตเตอรี่: เกิดความท้าทายในการจัดการ ขยะแบตเตอรี่รถยนต์ ที่ใช้แล้วจำนวนมหาศาล ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการและเทคโนโลยีรีไซเคิลที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

          โดยสรุปแล้ว การใช้รถEV 100% จะเป็น "การผ่าตัดใหญ่" ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเส้นทางที่เลี่ยงไม่ได้ในการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมโลก และยกระดับประเทศไทยให้เป็นผู้นำด้านยานยนต์ยุคใหม่ในภูมิภาค

          ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าอยู่แล้ว หรือกำลังพิจารณาจะเปลี่ยนมาใช้รถ EV ในอนาคต สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การวางแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุและมูลค่าแบตเตอรี่ที่สูง หากคุณต้องการทราบทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด พร้อมเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าจากหลากหลายบริษัทชั้นนำ ขอแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยจาก Allinsure โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับลูกค้าในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ทาง Allinsure มีโปรโมชั่นส่วนลดและข้อเสนอพิเศษเฉพาะพื้นที่ เพื่อช่วยให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ดีที่สุดในราคาที่ประหยัดที่สุดในการเดินทางด้วยรถ EV ของคุณ

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

⚠️ โค้งสุดท้าย EV 3.0 รถยนต์ไฟฟ้าจีนลดเดือด! ผู้บริโภคได้เฮ ก่อนราคาปีหน้าพุ่ง

รถยนต์ไฟฟ้าจีนลดเดือด

          ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ดุเดือดที่สุดของปี เมื่อผู้ผลิตจากประเทศจีนต่างเร่งทำ "สงครามราคา" ครั้งใหญ่ เพื่อระบายสต็อกรถยนต์ที่นำเข้าภายใต้มาตรการส่งเสริม EV 3.0 ของรัฐบาล ก่อนที่เงื่อนไขการผลิตชดเชยจะสิ้นสุดลง

ไฟไหม้ราคา: แบรนด์จีนทุ่มสุดตัว

          มาตรการ EV 3.0 ที่ให้เงินอุดหนุนและลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้า มีเงื่อนไขผูกพันให้ผู้ประกอบการต้องเริ่ม ผลิตชดเชย รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนดในช่วงต้นปี 2569 (หรือก่อนหน้านั้น) เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์

          ด้วยเงื่อนไขที่กำลังจะหมดอายุ ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะอัดแคมเปญลดราคาอย่างหนักในช่วงโค้งสุดท้าย:

  • ส่วนลดหลักแสน: แบรนด์ใหญ่อย่าง BYD และ MG ประกาศมอบส่วนลดเงินสดและแคมเปญรวมมูลค่าสูงสุดถึง 100,000 - 200,000 บาท ในรถยนต์รุ่นหลักๆ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อก่อนสิ้นปี
  • เป้าหมาย: การลดราคาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเร่งเคลียร์สต็อกรถยนต์ที่นำเข้าสำเร็จรูป (CBU) ให้ได้มากที่สุดก่อนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตในประเทศ
น้ำยาเคลือบเงา ceraxwax
น้ำยาเคลือบเงา ขายดีกว่า 20,000 ชิ้น

คำเตือน: ราคา EV ปี 2569 จะปรับตัวสูงขึ้น

          แม้ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากส่วนลดมหาศาลในวันนี้ แต่ผู้ประกอบการต่างออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนเกี่ยวกับราคาในปีหน้า:

          "เนื่องจากมาตรการเงินอุดหนุนของภาครัฐจะสิ้นสุดลง ทำให้ต้นทุนรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตหรือนำเข้าในปี 2569 จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้น ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อ EV ในราคาคุ้มค่าที่สุด ควรตัดสินใจภายในช่วงปลายปีนี้"

บทสรุป

          ช่วงปลายปีนี้จึงถือเป็น "โอกาสสุดท้าย" สำหรับผู้บริโภคชาวไทยที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในราคาต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและเข้มข้นที่สุดในตลาด EV ไทย ก่อนที่โครงสร้างราคาและเงื่อนไขภาษีใหม่จะถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า.

          สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ต้องการเบี้ยประกันภัยรถยยนต์ไฟฟ้าราคาดี พร้อมบริการให้คำปรึกษาหลังการขายอย่างไม่ทิ้งขว้าง ติดต่อ ALLINSURE เพื่อเช็คเบี้ยกันฟรีได้เลยที่นี่

เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ฟรี

วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เปิดพรมแดง 5 แม่ทัพ EV จีนบุกไทย: เจาะจุดเด่น รุ่นเด่น และยอดขายปี 2025

5EV จีน

          ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังร้อนระอุ และผู้เล่นหลักที่ขับเคลื่อนตลาดนี้คือแบรนด์จากประเทศจีน ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เทคโนโลยีที่อัดแน่น และความรวดเร็วในการนำเสนอรุ่นใหม่ ทำให้แบรนด์เหล่านี้ก้าวขึ้นมาเป็น "แม่ทัพ" ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว

          นี่คือการวิเคราะห์ 5 แม่ทัพ EV ยอดนิยมจากจีนในตลาดประเทศไทย พร้อมเจาะลึกจุดเด่น รุ่นเด่น และสถิติยอดขายสะสม 5 เดือนแรกของปี 2025 (มกราคม - พฤษภาคม)

5 แม่ทัพ EV จีนบุกไทย

แบรนด์ จุดเด่นของแบรนด์ รุ่นเด่นในตลาดไทย ยอดจดทะเบียนสะสม (ม.ค. - พ.ค. 2568)
BYD ผู้นำตลาดด้านยอดขาย และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Blade Battery ที่เน้นความปลอดภัยสูง ทนทาน และการรับประกันที่ยาวนาน มีรุ่นรถที่หลากหลายครอบคลุมหลายกลุ่มราคา BYD ATTO 3: รถ SUV ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงที่สุด BYD Dolphin: รถ Hatchback ราคาเข้าถึงง่าย BYD Sealion 7: SUV ใหม่ที่เริ่มทำยอดขายได้ดี ประมาณ 15,951 คัน (ครองส่วนแบ่งสูงสุด)
GAG AION เน้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระยะทางการขับขี่ เป็นค่ายที่รุกตลาดอย่างหนักหน่วงด้วยการนำเสนอรถที่มีดีไซน์ทันสมัย และขนาดที่ตอบโจทย์ครอบครัว AION Y Plus: รถ SUV ทรงกล่อง ดีไซน์กว้างขวาง ราคาคุ้มค่า AION V: รถ SUV เน้นเทคโนโลยีและระยะทางการวิ่งที่ดี ประมาณ 4,917 คัน
MG แบรนด์แรกที่บุกตลาดไทยอย่างจริงจัง (ภายใต้การร่วมทุนกับ SAIC) มีเครือข่ายศูนย์บริการที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง และนำเสนอรถยนต์ที่เน้น สมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ต และความคุ้มค่า MG4 Electric: รถ Hatchback ขับเคลื่อนล้อหลัง เน้นสมรรถนะการขับขี่แบบ Fun-to-Drive MG ZS EV: SUV ไฟฟ้าที่เน้นความอเนกประสงค์และการใช้งานในเมือง ประมาณ 4,304 คัน
GWM เน้นดีไซน์ Retro-Futuristic และการสร้างแบรนด์ย่อยที่ชัดเจน (เช่น ORA, HAVAL, TANK) เป็นเจ้าแรก ๆ ที่ทำตลาด EV ในไทยอย่างจริงจัง โดยชูจุดเด่นด้านเทคโนโลยีและความฉลาดของรถ ORA Good Cat: ดีไซน์น่ารักโดนใจกลุ่มผู้หญิงและคนเมือง ORA 07: รถสปอร์ตคูเป้ไฟฟ้าที่เน้นความหรูหรา ประมาณ 2,905 คัน (ส่วนใหญ่เป็น ORA Good Cat)
DEEPAL เทคโนโลยีอัจฉริยะและนวัตกรรม: โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155, หน้าจอสัมผัสซันฟลาวเวอร์ (15.6 นิ้ว) ที่ปรับทิศทางอัตโนมัติหาผู้ขับขี่ และระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (HUD) พร้อมระบบนำทางแบบ AR. Deepal S07: รถยนต์ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ดีไซน์ล้ำสมัย เน้นความอเนกประสงค์และของเล่นไฮเทค (ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.399 ล้านบาท) ประมาณ 3,842 คัน

          หมายเหตุ: ยอดจดทะเบียนสะสม อ้างอิงจากสถิติรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) จดทะเบียนในประเทศไทย ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม - พฤษภาคม)

Case Study: Tesla ชนหนัก! ค่าซ่อมกี่ล้าน ค่าเสาไฟ ใครจ่าย? ไขข้อสงสัย

Tesla

        เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ได้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่เรียกความสนใจจากผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และผู้ขับขี่ทั่วไป เมื่อรถยนต์ Tesla พุ่งชนเสาไฟฟ้าจนขาดครึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายมหาศาล และนำมาสู่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัย: เมื่อรถ EV ราคาแพงประสบอุบัติเหตุร้ายแรงเช่นนี้ ประกันภัยจะเข้ามาจัดการอย่างไรบ้าง?

1. เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร และใครได้รับความเสียหายบ้าง?

  1. รายละเอียดเหตุการณ์
  2.           อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 03.30 น. ในซอยสยามคันทรีคลับ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยรถยนต์ Tesla คันหนึ่งได้ขับมาด้วยความเร็ว และเกิดเสียหลักพุ่งชนเข้ากับเสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง

  3. ความเสียหายที่เกิดขึ้น
  4.           ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้

ผู้ที่ได้รับความเสียหาย รายละเอียดความเสียหาย ผู้รับผิดชอบ (เบื้องต้น)
รถยนต์ Tesla เสาไฟฟ้าขาดครึ่ง (ทรัพย์สินของการไฟฟ้า), รถยนต์เก๋งคันอื่นที่จอดอยู่ข้างทาง, ร้านค้า หรือสิ่งปลูกสร้างริมทาง ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1)
ทรัพย์สินบุคคลภายนอก ตัวรถด้านหน้าพังยับเยิน เสียหายหนักจนอาจต้องพิจารณาซ่อมใหญ่หรือเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1)
ผู้ขับขี่/บุคคลอื่น ผู้ขับขี่รถ Tesla (ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย) ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ประกันชั้น 1 หมวดค่ารักษาพยาบาลส่วนบุคคล

2. จากเหตุการณ์นี้ ประกันชั้น 1 และ พ.ร.บ. คุ้มครองอย่างไร?

          อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นกรณีที่กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ โดยมีรายละเอียดความคุ้มครองดังนี้:

  1. ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1)
  2.           เนื่องจากความเสียหายรุนแรงและครอบคลุมทั้งตัวรถและทรัพย์สินของผู้อื่น ประกันชั้น 1 จะเข้ามารับผิดชอบในทุกส่วน:

    • ความเสียหายต่อรถยนต์ Tesla (รถเรา)
      • ประกันจะจ่ายค่าซ่อมแซมความเสียหายของตัวรถทั้งหมด
      • หากความเสียหายเกิน 70-80\% ของมูลค่ารถ (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์) บริษัทประกันอาจพิจารณาจ่ายเงินชดเชยตามทุนประกันเต็มจำนวน โดยถือเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)
    • ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
      • ประกันชั้น 1 จะเข้าชดใช้ความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้อื่นทั้งหมด ตามวงเงินที่ระบุในกรมธรรม์ (รวมถึงค่าซ่อมแซม/ติดตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ และความเสียหายต่อรถยนต์คันอื่น)
    • ค่ารักษาพยาบาลส่วนบุคคล
      • ประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร (ตามที่ระบุในกรมธรรม์) ส่วนที่เกินวงเงินของ พ.ร.บ.
  3. ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
  4.           พ.ร.บ. จะเข้าคุ้มครองในส่วนของชีวิตและร่างกายของผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถทุกฝ่าย (ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก) โดยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด และมีวงเงินความคุ้มครอง ดังนี้

    ความคุ้มครอง (ต่อ 1 คน) วงเงินขั้นต่ำ (ปัจจุบัน)
    ค่ารักษาพยาบาล (บาดเจ็บ) สูงสุด 80,000 บาท
    กรณีเสียชีวิต/ทุพพลภาพถาวร สูงสุด 500,000 บาท

3. แนะนำปรึกษาเรื่องเงื่อนไขความคุ้มครอง และเช็คราคาเบี้ยประกันฟรี

          อุบัติเหตุครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การเลือกประกันชั้น 1 ที่มีวงเงินความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกสูงนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เพราะค่าเสียหายของเสาไฟฟ้า รถยนต์คันอื่น และทรัพย์สินร้านค้า อาจมีมูลค่าสูงมาก

หากท่านกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขความคุ้มครอง หรือต้องการเช็คเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในราคาที่คุ้มค่า

  • ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ก่อนตัดสินใจต่ออายุหรือเลือกซื้อประกัน ควรปรึกษาผู้ให้บริการประกันภัยที่เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจว่าทุนประกันรถ EV และวงเงินความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก (ทรัพย์สิน) ครอบคลุมเพียงพอต่อความเสี่ยงของรถราคาสูง
  • เช็คราคาเบี้ยประกันฟรี: ท่านสามารถเปรียบเทียบเงื่อนไขและราคาเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 จากบริษัทประกันชั้นนำต่าง ๆ ได้ เพื่อให้ได้แผนที่คุ้มค่าที่สุดก่อนถึงกำหนดต่ออายุ ติดต่อ Allinsure เพื่อรับคำปรึกษาและเช็คราคาเบี้ยประกันฟรี

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2568

ช็อกวงการ! IONIQ 5 ล็อตเกาหลี ลดสูงสุด 6.7 แสนบาท คุ้มที่สุดในตลาด EV พรีเมียม?

วิกฤตเป็นโอกาส...เมื่อ Hyundai ทุบราคา EV!

          ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยกำลังดุเดือดถึงขีดสุด เมื่อ Hyundai IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์ล้ำจากเกาหลี ประกาศปรับลดราคาสูงสุดถึง 670,000 บาท สำหรับรถล็อตนำเข้าจากเกาหลี! นี่คือโอกาสทองสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์โดดเด่น ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่เคย เรามาเจาะลึกรายละเอียดทั้งหมดของ IONIQ 5 ที่มาพร้อมราคาใหม่นี้กัน

1. จุดเด่นผลิตภัณฑ์: EV แพลตฟอร์มเฉพาะ (E-GMP)

          Hyundai IONIQ 5 ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยตรงอย่าง E-GMP (Electric-Global Modular Platform) ทำให้มีจุดเด่นเหนือกว่ารถที่ดัดแปลงจากโครงสร้างน้ำมัน

  • ห้องโดยสารกว้างขวาง: พื้นรถเรียบสนิท ไม่มีอุโมงค์เกียร์ ทำให้ภายในรู้สึกเหมือน "Living Space" ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลาย
  • เทคโนโลยีชาร์จ 800V: รองรับการชาร์จเร็วพิเศษ ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที (ขึ้นอยู่กับสเปกของรุ่นและสถานีชาร์จ)
  • ฟังก์ชัน V2L (Vehicle-to-Load): สามารถดึงพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่รถยนต์ออกมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอกได้เสมือนเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเคลื่อนที่

2. งานออกแบบ Retro-Futuristic ที่เป็นเอกลักษณ์

          IONIQ 5 โดดเด่นด้วยภาษาการออกแบบ "Parametric Dynamics" ที่ผสมผสานความล้ำยุคเข้ากับกลิ่นอายรถยนต์คลาสสิก

  • ภายนอก: มาในรูปทรง Crossover ที่มีเส้นสายเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดที่สะดุดตา โดยเฉพาะ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Parametric Pixel ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถตระกูล IONIQ
  • ภายใน: เน้นความเรียบง่ายและยั่งยืน ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Relaxion Seat ที่สามารถเอนราบคล้ายเตียงได้เกือบสุด มอบความสะดวกสบายสูงสุดเมื่อต้องพักชาร์จรถ

3. ราคาใหม่และโปรโมชั่นสุดคุ้ม

          การปรับลดราคาครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของ Hyundai เพื่อกระตุ้นยอดขายในตลาด EV พรีเมียม

  • ส่วนลดสูงสุด: 670,000 บาท สำหรับ IONIQ 5 ล็อตนำเข้าจากเกาหลี (โปรดตรวจสอบราคาและรุ่นย่อยที่ปรับลดกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสต็อกสินค้า)
  • โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ: โดยปกติ การซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจะมาพร้อมสิทธิพิเศษ เช่น ฟรีค่าติดตั้ง Home Charger หรือ ฟรีประกันภัยชั้น 1 (แนะนำให้สอบถามข้อเสนอพิเศษ ณ ช่วงเวลาการซื้อเพิ่มเติม เนื่องจากโปรโมชั่นอาจแตกต่างกันไป)

4. การรับประกันคุณภาพรถยนต์เพื่อความอุ่นใจ

          เพื่อคลายความกังวลในการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 มาพร้อมแพ็กเกจการรับประกันที่ครอบคลุม

  • การรับประกันตัวรถ: 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
  • การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง: 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มอบความมั่นใจในอายุการใช้งานของหัวใจสำคัญของรถ EV

5. วางแผนการเงิน: คาดการณ์เบี้ยประกันภัย EV

          แม้จะได้ส่วนลดราคารถสูง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนล่วงหน้าคือ ค่าใช้จ่ายในการทำประกันภัย

  • เบี้ยประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV): โดยทั่วไปมักมีราคาสูงกว่ารถยนต์สันดาปในกลุ่มเดียวกัน เนื่องจากมูลค่ารถยนต์ที่สูง และความซับซ้อนของแบตเตอรี่แรงดันสูง ซึ่งทำให้ค่าซ่อมในกรณีเกิดอุบัติเหตุสูงตามไปด้วย
  • คาดการณ์เบี้ยประกันชั้น 1: สำหรับ IONIQ 5 หลังหักส่วนลดแล้ว เบี้ยประกันภัยชั้น 1 อาจอยู่ในช่วงประมาณ 30,000 - 55,000 บาทต่อปี (ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการณ์ ขึ้นอยู่กับทุนประกัน ประวัติผู้ขับขี่ และเงื่อนไขความคุ้มครองของบริษัทประกัน)
  • บริษัทประกันที่ให้บริการ: บริษัทประกันภัยชั้นนำหลายแห่งในไทย เช่น วิริยะประกันภัย, กรุงเทพประกันภัย, ทิพยประกันภัย, และคุ้มภัยโตเกียวมารีน ล้วนมีผลิตภัณฑ์ประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

คำแนะนำ: ปรึกษาเงื่อนไขประกันก่อนซื้อรถ

          เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด คุณควร ปรึกษาเงื่อนไขและเปรียบเทียบเบี้ยประกันภัย อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อรถ เพื่อให้แน่ใจว่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายมีความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของรถ EV

          คุณสามารถ เปรียบเทียบเงื่อนไขและซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้า ที่ตรงใจและคุ้มค่าที่สุดได้ง่าย ๆ ผ่าน Allinsure ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลากหลายบริษัทประกัน เพื่อให้การเป็นเจ้าของ Hyundai IONIQ 5 ของคุณเป็นไปอย่างอุ่นใจและคุ้มค่าที่สุด

          อย่าปล่อยให้โอกาสทองในการเป็นเจ้าของ IONIQ 5 ในราคาสุดพิเศษนี้หลุดมือไป!

วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2568

สุดยอดความคุ้มค่า! BMW i5 EV ประกอบไทย ลงสนามแล้ว ราคาใหม่สุดเร้าใจ

BMW i5 EV ประกอบไทย

          การมาถึงของ BMW i5 รุ่นประกอบในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศ ด้วยการยกระดับการผลิตในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสซีดานไฟฟ้าหรูที่มาพร้อมราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะและความล้ำสมัยตามมาตรฐาน BMW

จุดเด่นด้านผลิตภัณฑ์และการออกแบบ

          BMW i5 คือรถซีดานไฟฟ้า 100% ในตระกูล BMW Series 5 เจเนอเรชันที่ 8 ที่ผสานความหรูหราแบบผู้บริหารเข้ากับเทคโนโลยี EV ล่าสุด

  • สมรรถนะทรงพลัง: รุ่นเรือธงอย่าง i5 M60 xDrive มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ให้กำลังสูงสุดถึง 601 แรงม้า อัตราเร่ง 0−100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที ขณะที่รุ่น i5 eDrive40 ให้กำลัง 340 แรงม้า
  • ระยะทางวิ่ง: สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 582 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)
  • การออกแบบ: คงเอกลักษณ์ความหรูหราและสปอร์ตของซีรีส์ 5 พร้อมความล้ำสมัยของรถ EV ด้วยกระจังหน้า BMW Kidney Grille ที่มาพร้อมไฟ Iconic Glow มอบความโดดเด่นสะดุดตา

ราคาจำหน่ายและเงื่อนไขการรับประกัน

          การเปลี่ยนจากรุ่นนำเข้า (CBU) เป็นรุ่นประกอบในประเทศ (CKD) ส่งผลให้ราคาจำหน่ายมีความยืดหยุ่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น

    • BMW i5 eDrive40 M Sport: ราคาเริ่มต้นประมาณ 4.59-4.99 ล้านบาท
    • BMW i5 M60 xDrive: ราคาเริ่มต้นประมาณ 5.59 ล้านบาท
  • การรับประกันคุณภาพรถยนต์ (Warranty)
    • ตัวรถ: ลูกค้าสามารถเลือกการรับประกันตัวรถได้นานสูงสุด 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • แบตเตอรี่แรงดันสูง: มาพร้อมการรับประกันที่ยาวนานและครอบคลุม
  • โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษ (BSI)
  • ลูกค้าจะได้รับแพ็กเกจ BMW Service Inclusive (BSI) ที่ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทางและอะไหล่แท้สูงสุดถึง 6 ปี ทำให้เจ้าของรถไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว

การคาดการณ์เบี้ยประกันภัยชั้น 1

          เนื่องจาก BMW i5 เป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาสูง (ทุนประกันประมาณ 4 - 5.5 ล้านบาท) และมีต้นทุนอะไหล่ ระบบไฟฟ้า รวมถึงแบตเตอรี่ที่สูงมาก ทำให้เบี้ยประกันภัยชั้น 1 จะอยู่ในระดับพรีเมียม

  • เบี้ยประกันภัยชั้น 1 คาดการณ์: ประมาณ ≈75,000 - 120,000 บาทต่อปี (ขึ้นอยู่กับประวัติดี, อายุผู้ขับขี่ และรูปแบบการซ่อม: ซ่อมห้าง/ซ่อมอู่)
  • บริษัทประกันที่ให้บริการ: บริษัทประกันชั้นนำส่วนใหญ่ที่รับประกันรถยุโรปและรถ EV ทุนประกันสูง ล้วนมีผลิตภัณฑ์สำหรับ BMW i5 เช่น วิริยะประกันภัย, AXA, คุ้มภัยโตเกียวมารีน เป็นต้น

คำแนะนำเรื่องประกันภัยรถยนต์: ต้องละเอียดรอบคอบ

          สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง BMW i5 การเลือกประกันภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเน้นที่ ความคุ้มครองที่ครอบคลุม และ คุณภาพบริการ เมื่อเกิดเหตุ

สิ่งที่ต้องเน้นในการตรวจสอบเงื่อนไขประกัน

  1. ความคุ้มครองแบตเตอรี่: ต้องมั่นใจว่าให้ทุนประกันสูงและเงื่อนไขการเคลมครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุ
  2. Wall Charger และสายชาร์จ: มีความคุ้มครองในกรณีเกิดความเสียหายหรือไฟไหม้ขณะชาร์จไฟหรือไม่
  3. เครือข่ายศูนย์ซ่อม: เลือกบริษัทที่ให้สิทธิ์ "ซ่อมห้าง (ศูนย์บริการ BMW)" เพื่อรับรองการใช้อะไหล่แท้และการซ่อมจากช่างผู้เชี่ยวชาญ EV โดยเฉพาะ

          หากคุณต้องการเปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดและมั่นใจได้ว่าจะได้รับแผนประกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยงของรถ EV ราคาหลักล้านอย่าง BMW i5

          เราขอแนะนำให้คุณปรึกษาเงื่อนไขประกันและซื้อประกันรถยนต์กับ Allinsure ที่พร้อมให้บริการเปรียบเทียบเบี้ยประกันชั้น 1 จากหลายบริษัทชั้นนำในตลาด เพื่อให้คุณได้ความคุ้มครองสูงสุดในราคาที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับซีดานไฟฟ้าสุดหรูคันนี้ของคุณ

วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2568

มั่นใจเต็มร้อย! เจาะลึกประกันรถยนต์ EV OMODA & JAECOO 5EV

ประกันรถยนต์ Jaecoo 5ev

          OMODA & JAECOO 5EV คือปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ด้วยยอดจองที่ถล่มทลายและราคาที่เข้าถึงง่าย แต่ความตื่นเต้นในการเป็นเจ้าของ EV นั้นต้องมาพร้อมกับความมั่นใจด้านความคุ้มครอง เพราะค่าซ่อมแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าคือเรื่องใหญ่ Allinsure ชวนคุณมาหาคำตอบว่าทำไมคุณถึงมั่นใจได้เต็มที่เมื่อเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์สำหรับรถคันโปรดของคุณ

OMODA & JAECOO คือใคร?

          OMODA & JAECOO เป็นแบรนด์ภายใต้ Chery Automobile ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของจีนด้านการส่งออกยาวนานกว่า 22 ปี ด้วยฐานลูกค้ากว่า 15 ล้านคนทั่วโลก Chery มีความมุ่งมั่นในการลงทุนในไทย ทั้งการสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ EV ที่ระยอง และการสำรองอะไหล่ในคลังขนาดใหญ่ (พร้อมสำรองอะไหล่สูงถึง 94% และตั้งเป้า 100% เร็วๆ นี้) ซึ่งสะท้อนความมั่นคงและพร้อมให้บริการหลังการขายอย่างจริงจัง

เจาะลึก: OMODA & JAECOO 5EV

จุดเด่นผลิตภัณฑ์ ข้อจำกัดผลิตภัณฑ์
1.คุ้มค่าเกินราคา: ราคาเปิดตัวที่ทำให้ตลาดแตก ด้วยออปชั่นและเทคโนโลยีที่จัดเต็ม 1.แบรนด์ใหม่ในตลาดไทย: แม้จะมีเครือข่ายระดับโลก แต่ความคุ้นเคยของคนไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น
2.ระบบความปลอดภัยสูง: มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ครบครัน และการรับรองความปลอดภัย 2.เครือข่ายศูนย์บริการ: ยังอยู่ในช่วงขยายตัว แม้จะเร่งเพิ่มจำนวนแต่ยังไม่ครอบคลุมเท่าแบรนด์ที่อยู่มาก่อน
3.ช่วงล่างดีเกินคาด: ได้รับคำชมว่าให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและเกาะถนนได้ดี 3.ระยะทางวิ่ง (ต่อการชาร์จ): อาจไม่ใช่ตัวเลขสูงสุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งราคาสูงกว่า แต่ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน

การรับประกันคุณภาพรถยนต์: OMODA & JAECOO

  • รับประกันคุณภาพตัวรถ (Warranty): 8 ปี หรือ 200,000 กม.

  • รับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อน/แบตเตอรี่ High Voltage: 8 ปี หรือ 160,000 กม.

เลือกคู่แท้: 3 บริษัทประกันที่เข้าใจรถยนต์ EV

  1. วิริยะประกันภัย: เครือข่ายอู่ซ่อมครอบคลุมกว้างขวางทั่วประเทศ และเป็นที่ไว้วางใจในการเคลมอะไหล่รถยนต์ไฟฟ้า

  2. กรุงเทพประกันภัย: มีผลิตภัณฑ์ประกันภัย EV โดยเฉพาะ ให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อแท่นชาร์จรถยนต์ที่บ้าน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเฉพาะทาง

  3. แอกซ่าประกันภัย (AXA): มีบริการ AXA Roadside Service for EV ที่โดดเด่น เช่น บริการยกรถไปสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาแบตเตอรี่หมดกลางทาง

จัดเต็มความเท่ อุปกรณ์ตกแต่ง JAECOO 5EV ที่นิยมที่สุด

    พรมปูพื้นรถยนต์ JAECOO 5 EV 2025
  1. พรมปูพื้นรถยนต์ 3D/5D (TPE): ป้องกันความชื้นและสิ่งสกปรกเข้าระบบไฟฟ้าได้ดี, ทำความสะอาดง่าย, เข้าทรงสวยงาม

  2. เคสหนังแท้หุ้มพวงกุญแจรีโมตรถ JAECOO 5 EV
  3. ฝาครอบกุญแจรถยนต์รีโมท: ปกป้องกุญแจรถจากรอยขีดข่วนและการตกกระแทก, เสริมความพรีเมียมหรูหรา

  4. ที่นอนเป่าลมอัตโนมัติในรถ
  5. ที่นอนเป่าลมอัตโนมัติในรถ: สำหรับสายแคมป์ปิ้งหรือเดินทางไกล เปลี่ยนห้องโดยสารด้านหลังให้เป็นพื้นที่พักผ่อนได้สบาย

บทสรุป: มั่นใจขับขี่ ปลอดภัยด้วยประกันที่ใช่

          OMODA & JAECOO 5EV คือรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและมีอนาคตที่สดใสในไทย ด้วยการรับประกันคุณภาพจากโรงงานที่ยาวนาน แต่การดูแลรถ EV นั้นซับซ้อนกว่ารถสันดาปทั่วไป และการซ่อมแซมก็มีราคาสูง ความมั่นใจที่คุณมีต่อรถ ต้องมีในกรมธรรม์ประกันภัยด้วย

          อย่าปล่อยให้ความเสี่ยงมาบดบังความสนุกในการขับ EV ตัดสินใจให้คุ้มค่าที่สุด! เลือกแผนประกันภัยรถยนต์ EV ชั้น 1 ที่ดีที่สุดจากบริษัทชั้นนำที่คุณไว้วางใจ และได้ความคุ้มครองครบวงจร

          คลิ๊กเลย! ให้ Allinsure ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันวินาศภัย เปรียบเทียบและดูแลกรมธรรม์ OMODA & JAECOO 5EV ของคุณ เพื่อความอุ่นใจทุกการเดินทาง พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้า EV โดยเฉพาะ!

วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2568

เจาะลึก Lotus Emeya 600 รถสปอร์ตไฟฟ้าหรู ก่อนเป็นเจ้าของ

เจาะลึก Lotus Emeya 600 รถสปอร์ตไฟฟ้าหรู ก่อนเป็นเจ้าของ

Lotus Emeya 600

          ในโลกของยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Lotus Emeya 600 คือชื่อที่โดดเด่นและน่าจับตามอง ด้วยการผสานระหว่างสมรรถนะอันเป็นเลิศแบบรถสปอร์ตและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ครบครัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับรถยนต์รุ่นนี้อย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ความน่าเชื่อถือ, จุดเด่น, ข้อจำกัด, ไปจนถึงการรับประกันและการเลือกซื้อประกันภัยที่จำเป็น

Lotus Emeya 600: ความน่าเชื่อถือที่มาพร้อมนวัตกรรม

          Lotus เป็นแบรนด์รถยนต์สัญชาติอังกฤษที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการสร้างสรรค์รถสปอร์ตน้ำหนักเบาและมีสมรรถนะสูง เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้า Emeya 600 ก็ยังคงรักษา DNA ดังกล่าวไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยแพลตฟอร์มไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้ Emeya 600 มีโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและปลอดภัยสูง ระบบจัดการแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าได้รับการออกแบบและทดสอบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือในระยะยาว

  • ความน่าเชื่อถือของแบรนด์: Lotus อยู่ภายใต้การดูแลของ Geely ซึ่งเป็นกลุ่มยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของจีน ทำให้การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่า Emeya 600 จะได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ
  • สมรรถนะที่ไว้วางใจได้: มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้พละกำลังมหาศาล พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและการควบคุมรถในทุกสภาวะ

จุดเด่นที่ทำให้ Emeya 600 เหนือกว่าคู่แข่ง

  • ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและหรูหรา: Emeya 600 มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดุดันและลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างประณีตด้วยวัสดุคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกพรีเมียมและทันสมัย
  • อัตราเร่งที่น่าทึ่ง: สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.8 วินาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่เทียบเท่ากับรถ Supercar
  • เทคโนโลยีล้ำสมัย: มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (ADAS) และฟีเจอร์ความปลอดภัยครบครัน
  • การชาร์จที่รวดเร็ว: รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10% เป็น 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที ทำให้การเดินทางระยะไกลเป็นไปได้อย่างราบรื่น

ข้อจำกัดที่ควรพิจารณา

  • ราคาที่เข้าถึงยาก: ด้วยเทคโนโลยีและสมรรถนะระดับสูง ทำให้ Lotus Emeya 600 มีราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป
  • การบริการหลังการขาย: เนื่องจากเป็นรถรุ่นใหม่ในตลาด การขยายเครือข่ายศูนย์บริการและอู่ซ่อมอาจต้องใช้เวลา
  • ระยะทางการใช้งาน: แม้จะมีระยะทางที่น่าพอใจ แต่การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และสภาวะการจราจร

การรับประกันคุณภาพและการดูแลรถ

          Lotus Emeya 600 มาพร้อมกับการรับประกันคุณภาพตัวรถที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการเป็นเจ้าของ โดยทั่วไปแล้วจะมีการรับประกันตัวรถ, แบตเตอรี่, และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแยกต่างหาก โปรดตรวจสอบรายละเอียดการรับประกันกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดการใช้งาน

สร้างความอุ่นใจด้วยประกันอุบัติเหตุรถยนต์

          แม้ว่า Lotus Emeya 600 จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง แต่ไม่มีใครสามารถคาดเดาอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ การเลือกซื้อ ประกันอุบัติเหตุรถยนต์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้

          ประกันภัยรถยนต์ ไม่เพียงแต่จะช่วยคุ้มครองค่าซ่อมแซมรถของคุณในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับคู่กรณี, ทรัพย์สิน, และการบาดเจ็บทางร่างกายด้วย การมีประกันภัยที่เหมาะสมจะช่วยลดภาระทางการเงินและสร้างความอุ่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

          Lotus Emeya 600 คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความหรูหรา, สมรรถนะ, และเทคโนโลยีอนาคต หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ทั้งความตื่นเต้นในการขับขี่และความทันสมัยในทุกมิติ Emeya 600 คือตัวเลือกที่คุณต้องพิจารณา และอย่าลืม ทำประกันอุบัติเหตุรถยนต์ เพื่อปกป้องการลงทุนและสร้างความอุ่นใจในการเดินทางของคุณในทุกเส้นทาง

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2568

ขับรถEV ทำไมถึงเมารถ พร้อมเทคนิคง่ายๆขับสบายตลอดทาง

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเมารถ EV

ขับรถEV ทำไมถึงเมารถ

                    อาการเมารถ EV (Electric Vehicle) หรือรถยนต์ไฟฟ้า เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยหลัก ๆ แล้วเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของร่างกายที่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวที่แตกต่างไปจากรถยนต์สันดาปภายในแบบปกติครับ

1.แรงบิดที่มาทันทีและแรงเหวี่ยงที่รุนแรง (Instant Torque and Strong Deceleration

                   รถ EV มีมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถส่งกำลังและแรงบิดได้อย่างรวดเร็วและทันทีที่เหยียบคันเร่ง ทำให้รถพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ ซึ่งร่างกายอาจจะยังไม่ทันตั้งตัว

                   ในทางกลับกัน ระบบเบรกแบบชาร์จไฟกลับ (Regenerative Braking) ของรถ EV ก็จะทำให้เกิดการหน่วงความเร็วที่รุนแรงและฉับพลันเมื่อยกเท้าออกจากคันเร่งหรือเหยียบเบรก ทำให้ร่างกายรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน ซึ่งบางคนอาจไม่ชินกับความรู้สึกนี้

2. ความเงียบของห้องโดยสาร (Silent Cabin)

                   รถ EV มีเสียงรบกวนในห้องโดยสารที่น้อยมากเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายในปกติ ทำให้ผู้โดยสารไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงการเคลื่อนที่ของรถ ซึ่งปกติแล้วเสียงเหล่านี้จะช่วยให้สมองรับรู้และประมวลผลการเคลื่อนไหวของรถได้ แต่เมื่อไม่มีเสียง สมองจะอาศัยเพียงข้อมูลจากสายตาและการรับรู้ของร่างกายเท่านั้น ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างสิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่ร่างกายรู้สึก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเมารถรถ EV มีเสียงรบกวนในห้องโดยสารที่น้อยมากเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาปภายในปกติ ทำให้ผู้โดยสารไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงการเคลื่อนที่ของรถ ซึ่งปกติแล้วเสียงเหล่านี้จะช่วยให้สมองรับรู้และประมวลผลการเคลื่อนไหวของรถได้ แต่เมื่อไม่มีเสียง สมองจะอาศัยเพียงข้อมูลจากสายตาและการรับรู้ของร่างกายเท่านั้น ทำให้เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างสิ่งที่ตาเห็นกับสิ่งที่ร่างกายรู้สึก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเมารถ

3. การขับขี่แบบ One-Pedal Driving

                   ฟังก์ชันการขับขี่แบบ One-Pedal Driving ที่อนุญาตให้ผู้ขับใช้เพียงคันเร่งเพื่อเร่งและชะลอความเร็ว ทำให้การลดความเร็วเป็นไปอย่างรวดเร็วและฉับพลันเมื่อยกเท้าออกจากคันเร่ง ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกถึงการกระชากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเมารถได้

วิธีบรรเทาอาการเมารถ EV

  • ปรับการขับขี่ให้สมูทขึ้น: หากคุณเป็นผู้ขับขี่ ควรหลีกเลี่ยงการเร่งหรือเบรกอย่างรุนแรง พยายามขับขี่ให้ต่อเนื่องและนุ่มนวลที่สุด
  • มองไปข้างหน้า: ผู้โดยสารควรโฟกัสสายตาไปที่ทิวทัศน์ด้านนอกรถหรือมองไปข้างหน้าไกลๆ เพื่อให้สายตากับร่างกายรับรู้การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกัน
  • เปิดกระจกหรือปรับอากาศ: การไหลเวียนของอากาศที่ถ่ายเทจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรืออ่านหนังสือ: การก้มหน้าลงจะทำให้เกิดอาการเมารถได้ง่ายขึ้น

หากยังไม่ดีขึ้นลองหาตัวช่วยที่ลดหรือป้องกันอาการเมารถได้ดังนี้

1. แผ่นแปะแก้เมารถ (Motion Sickness Patch)

แผ่นแปะแก้เมารถ

                   เป็นหนึ่งในสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะใช้ง่าย พกพาสะดวก และไม่ต้องรับประทานยา แผ่นแปะเหล่านี้มักจะมีสารสกัดจากสมุนไพร เช่น ขิง มิ้น หรือส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้และวิงเวียน แนะนำให้แปะก่อนออกเดินทางประมาณ 20-30 นาที เพื่อให้สารออกฤทธิ์ได้เต็มที่

  • วิธีการใช้: ส่วนใหญ่จะแนะนำให้แปะที่หลังใบหู (บริเวณที่ไม่มีผมหรือแผล) หรือบางยี่ห้ออาจแนะนำให้แปะที่สะดือ

2. ยาแก้เมารถ

ยาแก้เมารถ

                    สำหรับผู้ที่มีอาการเมารถรุนแรง หรือต้องการการป้องกันที่ได้ผลแน่นอน การรับประทานยาแก้เมารถเป็นทางเลือกที่ดี ยาเหล่านี้มีหลายประเภท

  • ยาแก้เมารถแบบไม่ง่วง: เช่น Dimenhydrinate หรือ Meclizine บางยี่ห้อมีส่วนผสมที่ทำให้ง่วงน้อยลงกว่าปกติ
  • ข้อควรระวัง: ควรอ่านฉลากยาและปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว

3. อุปกรณ์อื่นๆ

                    นอกจากยาและแผ่นแปะแล้ว ยังมีอุปกรณ์และสินค้าอื่น ๆ ที่น่าสนใจที่อาจช่วยบรรเทาอาการเมารถได้

ยาดมแก้เมารถ
  • สายรัดข้อมือแก้เมารถ (Acupressure Wristband): เป็นสายรัดข้อมือที่ออกแบบมาเพื่อกดจุดเฉพาะบนข้อมือ ซึ่งเชื่อว่าช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้โดยไม่ต้องใช้ยา
  • น้ำมันหอมระเหยหรือยาดม: กลิ่นหอมเย็น ๆ จากน้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นมิ้นต์ หรือน้ำมันยูคาลิปตัส สามารถช่วยให้รู้สึกสดชื่นและบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้
  • ลูกอมหรือเจลลี่รสมิ้นต์/ขิง: ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี การอมลูกอมหรือทานเจลลี่ที่มีส่วนผสมของขิงจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้

เพื่อความอุ่นใจที่มากกว่า: อย่าลืมตรวจเช็กประกันอุบัติเหตุรถยนต์

                    นอกเหนือจากการเตรียมตัวเพื่อป้องกันอาการเมารถแล้ว ความปลอดภัย บนท้องถนนก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใช้รถ EV ไม่ควรมองข้ามครับ แม้ว่าเราจะขับขี่อย่างระมัดระวัง แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งรถยนต์ไฟฟ้ามีเทคโนโลยีและชิ้นส่วนที่ซับซ้อน เช่น แบตเตอรี่ หรือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่อาจมีราคาซ่อมแซมสูงกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไป

                    ดังนั้น เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและความอุ่นใจ การทำประกันอุบัติเหตุรถยนต์ จึงเป็นเกราะป้องกันที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยคุ้มครองและลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมได้มหาศาล ทำให้คุณขับ EV ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางครับ

About